กระแส”พี่หมื่น-แม่การะเกด”ร้อนแรงจริงๆ ดันหุ้น BECพุ่งขึ้นเกือบ 20% เรทติ้งก็เพิ่มมากโข

ร้อนแรงจริงๆ สำหรับละครบุพเพสันนิวาสของช่อง 3 ส่งผลให้แฟนๆละครเฝ้าดู”พี่หมื่น-แม่การะเกด”กันตาไม่กระพริบ จนเรทติ้งของช่อง 3 พุ่งขึ้นแซงหน้าละครช่อง 7 เป็นครั้งแรก

ล่าสุดเว็บไซต์ Money2know วิเคราะห์เรื่องบุพเพสันนิวาสช่วยดึงเรทติ้งละครช่อง 3 กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ ไม่เพียงแค่เรทติ้งที่ร่วงลงเรื่อย ๆ แต่บางช่วงก็ถูกช่องทีวีดิจิทัล อย่างเวิร์คพอยท์และช่องวัน แซงหน้าเบียดขึ้นไปได้ สะท้อนไปถึงผลประกอบการที่ย่ำแย่จากยอดโฆษณาลดลงของช่อง 3 ในปีที่ผ่านมา

ความแรงของบุพเพสันนิวาส ยังส่งต่อไปยังแพลตฟอร์มเว็บไซต์ของช่อง 3 อย่าง www.mello.Me ที่เปิดมาไม่กี่เดือน แต่สามารถดึงยอดคนดูแซงหน้า www.bugaboo.tv ช่อง 7 ไปแล้ว โดยหากดูจากสถิติเปรียบกันวันต่อวัน เห็นได้เลยว่ายอดคนเข้า www.mello.me พุ่งขึ้นอย่างชัดเจน นับตั้งแต่ละครบุพเพสันนิวาสออนแอร์

อีกทั้งยังช่วยหนุนราคาหุ้น BEC ให้พุ่งทะยานอีกครั้ง หลังจากที่ราคาร่วงลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว จนกลายเป็นหุ้น “ขาลง” เพราะการเข้ามาของทีวีดิจิทัลและกระแสโซเซียลมีเดีย ที่ดึงทั้งรายได้โฆษณาและคนดูไป แต่ถึงอย่างนั้น “ออเจ้า” เขาแรงจริง ช่วยดึงราคาหุ้น BEC จากจุดต่ำสุดของปีก่อนที่ระดับ 0.10 บาท ขึ้นมายืนอยู่ที่ 12.10 บาทได้อีกครั้ง เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2561 โดยราคาวิ่งไปถึง 19.80%

เป็นที่น่าสนใจว่า ปีนี้อาจเป็นปีทองของช่อง 3 หลังจากตั้งหลักมานาน แต่จะเป็นการกลับมายาวนานแค่ไหน “ออเจ้า” จะช่วยหนุนเรตติ้งได้ทั้งปีหรือไม่ คงต้องลุ้นกันต่อไป

ขอบคุณที่มา เว็บไซต์ Money2know

จัดเวลาดูโทรทัศน์ให้ลูกอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์

จัดเวลาดูโทรทัศน์ให้ลูกอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์

TV

คุณแม่ที่มีลูกวัยกำลังเติบโตและต้องการเรียนรู้ของเล่นเด็กสิ่งใหม่ๆ อาจไม่ค่อยอยากให้ลูกนั่งดูโทรทัศน์มากเท่าไหร่นัก เพราะเชื่อกันว่าการที่เด็กนั่งดูโทรทัศน์ทั้งวันจะเป็นการปิดกั้นพัฒนาการของลูก ซึ่งในปัจจุบันนี้มีรายการโทรทัศน์ดีๆสำหรับเด็กอยู่มากมาย ที่คุณแม่สามารถเลือกให้ลูกดูได้อย่างเหมาะสมเพื่อช่วยเสริมสร้างทักษะและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกได้ดีขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

คุณแม่ที่ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกมาเป็นอย่างดี อาจจะเคยพบงานวิจัยที่กล่าวว่าการที่เด็กนั่งดูโทรทัศน์ทั้งวันจะเป็นการขวางกั้นพัฒนาการในการเรียนรู้ แต่ทุกอย่างเมื่อรู้จักใช้ให้เหมาะสม ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เพราะมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ชอบดูรายการที่เสริมสร้างการเรียนรู้อย่างเช่น รายการวิทยาศาสตร์สนุกๆสำหรับเด็ก หรือ รายการศิลปะสำหรับเด็กซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างทักษะและพัฒนาการในด้านการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น โทรทัศน์จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างเสริมการเรียนรู้ของลูกน้อยที่มีประสิทธิภาพที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพียงแต่ต้องรู้จักวางแผนการดูโทรทัศน์ให้ได้ประโยชน์ ด้วยเคล็ดลับดังต่อไปนี้

  • กำหนดระยะเวลาในการดูโทรทัศน์ การปล่อยเด็กให้นั่งดูโทรทัศน์ทั้งวันเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะเด็กจะไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่อาจจะทำให้เกิดโรคอ้วนตามมาและยังทำให้เด็กไม่ได้ทำกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการในด้านอื่นๆ ดังนั้นคุณแม่จึงต้องกำหนดระยะเวลาในการดูโทรทัศน์ของลูกไม่ให้เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน พร้อมทั้งกระตุ้นให้ลูกทำกิจกรรมอย่างอื่นนอกเหนือจากการดูโทรทัศน์แล้ว
  • เลือกโปรแกรมโทรทัศน์ที่มีประโยชน์ คุณแม่สามารถเลือกรายการโทรทัศน์ที่น่าสนใจ ในเด็กที่เริ่มโตจะสามารถบอกได้ว่าตนเองชอบดูรายการอะไรซึ่งคุณแม่ก็สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการเลือกรายการโทรทัศน์ให้ลูกได้ ไม่ว่าจะเป็นรายการสารคดีสำหรับเด็ก,รายการศิลปะ DIY ของเล่นเด็ก, รายการวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก หรือแม้แต่การ์ตูนภาษาอังกฤษที่ช่วยให้ลูกได้ฝึกทักษะทางด้านภาษา
  • หลีกเลี่ยงการเปิดละคร , ซีรี่ส์หรือรายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหารุนแรงหรือไม่เหมาะสม คุณแม่หลายคนอาจชอบดูละคร แต่เนื้อหาของละครอาจไม่เหมาะสำหรับลูก ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเปิดโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาเหล่านี้ให้ลูกดู
  • รายการโทรทัศน์ที่มีประโยชน์อย่างเช่น สารคดีหรือรายการความรู้รอบตัวต่างๆ สามารถนั่งดูกันได้ทั้งครอบครัวเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี และคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ซักถามแลพูดคุยเพื่อส่งเสริมลักษณะนิสัยช่างซักถามและกล้าแสดงออก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ลูกเป็นคนที่มีความมั่นใจในตนเองอีกด้วย

จะเห็นว่าการส่งเสริมให้ลูกน้อยดูโทรทัศน์อย่างเหมาะสมจะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการและความรู้ของเล่นเด็กในด้านต่างๆให้กับลูก ซึ่งคุณแม่สามารถวางแผนจัดโปรแกรมการดูโทรทัศน์ที่มีประโยชน์ให้กับลูกๆได้ด้วยตนเอง