‘ปลอดประสพ’ อัด’สุเทพ’ ดึงประเทศถอยหลัง ทำโครงการ 3.5 แสนล้านสะดุด

วันนี้ 18 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลประกาศยุบสภาทำให้โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท จะต้องชะลอออกไปก่อน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชน 36 จังหวัด โดยขณะนี้ได้ทำแล้วเสร็จเกือบทุกจังหวัด แต่ยังเหลือจังหวัดนครปฐมและกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องมีการปรึกษาคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่า จะสามารถทำต่อให้แล้วเสร็จได้หรือไม่

ทั้งนี้ การใช้งบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ขึ้นอยู่กับการลงนามเซ็นสัญญากับบริษัทเอกชน ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกได้มีการตกลงในการยื่นราคาตามที่ตกลงกันไว้เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งขณะนี้ผ่านไปเพียง 1 เดือน ยังเหลืออีก 5 เดือน จึงยังพอมีเวลา

ขณะเดียวกัน โครงการล่าช้าแน่นอนซึ่งก็เป็นภัยต่อประเทศ ยืนยันว่าโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านเป็นโครงการที่ดี เป็นใครก็ต้องทำ แต่ที่มีการคัดค้านนั้นเป็นเรื่องการเมือง และการสร้างเขื่อน ฟลัดเวย์ ก็มีการทำมาตลอด และที่เห็นมาก็ไม่เคยมีใครคัดค้านเรื่องเทคโนโลยีแล้วจะมาปฏิเสธว่าโครงการไม่ดีได้อย่างไร

ส่วนการเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ.57 นี้นั้น หากไม่มีการเลือกตั้ง จะส่งผลเศรษฐกิจในประเทศแย่แน่นอน โดยสามารถดูได้จากตลาดทุนที่หุ้นตกทุกวัน และทำให้ต่างชาติมองว่า ประเทศไทยไม่มีความมั่นคงทางการเมือง เพราะไม่ยึดหลักประชาธิปไตย ไม่เคารพหลักนิติรัฐ นิติธรรม และจะไม่มีนักลงทุนกล้าเข้ามาลงทุนในประเทศอีก ทั้งนี้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 จึงมีความจำเป็น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.เสนอ คือ การดึงประเทศถอยหลังไปเป็นร้อยๆ ปี ที่ไม่ยอมรับประชาธิปไตย ไม่ยอมรับสิทธิความเสมอภาค และการตั้งกติกาเองไม่เคารพกฎหมาย คุณหาว่าเราไม่เคารพศาล คุณทำตัวเองหรือเปล่า ผมยังแปลกใจไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนกรุงเทพฯสนับสนุนการที่ทำให้ประเทศถอยหลัง”นายปลอดประสพกล่าว

MThai News

สื่อนอกเตือนไทยถึง”แยกอันตราย”!ม็อบกดดันหารเลือกข้าง

สื่อนอกชี้ทุกสายตาจับจ้องมาที่กองทัพไทย เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการให้ทหารเลือกข้าง”

การเมืองไทย

สำนักข่าวรอยเตอร์สและอัลจาซีราประจำประเทศไทย รายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลไทยกำลังตั้งความหวังอย่างยิ่ง ที่จะได้รับความสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพื่อเดินหน้ามาตรการโค่นอำนาจนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และจัดตั้งสภาประชาชนต่อไป

โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคนสำคัญของกลุ่มผู้ชุมนุม แสดงความประสงค์ขอเข้าพบผู้บัญชาการของทั้งฝ่ายทหารและตำรวจ ภายในคืนนี้ เพื่อให้ฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้เลือกว่าจะอยู่ข้างใคร

โดยตลอด 80 ปีที่ผ่านมา กองทัพทำรัฐประหารไปแล้ว 18 ครั้ง หนึ่งในนั้นเป็นการโค่นอำนาจรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อปี 2549 ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ฝ่ายทหารแสดงออกชัดว่าไม่ขอยุ่งเกี่ยว โดยขอเป็นเพียงผู้ไกล่เกลี่ยเท่านั้น

ทั้งนี้วิกฤตการเผชิญหน้าทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 8 ปียังคงมีพ.ต.ท.ทักษิณเป็นศูนย์กลางของปัญหา ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมมองว่าเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ปัจจุบันพ.ต.ท.ทักษิณอาศัยอยู่ในต่างประเทศ เพื่อลี้ภัยจากการถูกดำเนินคดีในข้อหาคอร์รัปชั่นเมื่อปี 2551 ซึ่งอดีตนายกฯยืนกรานปฏิเสธ ด้วยการอ้างว่าเป็นคดีที่มีจุดประสงค์ทางการเมืองแอบแฝง

ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลในนาม “กลุ่มคนเสื้อแดง” ประกาศจะขัดขวางกลุ่มผู้ชุมนุมของนายสุเทพทุกวิถีทาง นายจตุพร พรหมพันธุ์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวเมื่อวันพุธ(11 ธ.ค.56)ว่าจะระดมพลครั้งใหญ่บ้าง