ปัญหาสายตาเอียง (Astigmatism)

นิยามสายตาเอียง

สายตาเอียง (Astigmatism) เป็นภาวะซึ่งการหักเหของแสงในแต่ละแนวไม่เท่ากัน โดย ทั่วไป แนวที่มีกำลังหักเหสูงสุดและต่ำสุดมักจะอยู่ในแนวตั้งฉาก ถือเป็นสายตาเอียงสม่ำเสมอ ที่พบทั่วไปในคนทั่วไป แก้ไขได้โดยใช้เลนส์กาบกล้วยหรือทรงกระบอก (Cylinder) ซึ่งมีกำลังเพียงแนวเดียว

แต่ยังมีสายตาเอียงอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า สายตาเอียงไม่สม่ำเสมอ กล่าวคือ แนวกำลังหักเหสูงสุดและต่ำสุดไม่ตั้งฉากกัน มักเกิดในคนที่เกิดแผลของกระจกตา ซึ่งตาเอียงในกลุ่มนี้ ไม่อาจแก้ด้วยเลนส์ทรงกระบอก ต้องใช้เลนส์สัมผัส (คอนแทคเลนส์/Contact lens) หรือผ่าตัดด้วยเลเซอร์ (Excimer laser)

นอกจากนี้ สายตาเอียงสม่ำเสมอที่พบทั่วไปยังมีหลายแบบ คือ

  • แนวหนึ่งอาจปกติ อีกแนวหนึ่งอาจจะสายตาสั้นหรือสายตายาว
  • หรือเป็นสายตาสั้นทั้ง 2 แนวแต่ต่างกำลังกัน
  • หรือเป็นสายตายาวทั้ง 2 แนวแต่ต่างกำลังกัน
  • หรืออาจเป็นแนวหนึ่งสายตาสั้นอีกแนวหนึ่งเป็นสายตายาว

สายตาเอียงมีอาการอย่างไร?

สายตาเอียง

อาการจากสายตาเอียงที่พบบ่อย คือ

  1. ถ้าสายตาเอียงมาก มักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการตามัว ไม่ค่อยมีอาการปวดศีรษะ หรือปวดตา หรือ ปวดเมื่อยตา การที่ผู้ป่วยสายตาเอียง ไม่ค่อยมีอาการปวดตา เนื่องจาก การเพ่งไม่สามารถแก้ไขการเห็นภาพได้ ผู้ป่วยจึงมักไม่เพ่ง คงปล่อยให้ตาพร่ามัวไป
  2. เด็กที่สายตาเอียงมาก อาจมาพบแพทย์ด้วยมีท่าทางที่ผิดปกติ เช่น เอียงศีรษะ เอียงคอ เพื่อช่วยการเห็นภาพให้ชัดขึ้น
  3. บางรายที่มีสายตาเอียงมาก อาจมาด้วยมีพฤติกรรมชอบหันหน้าไปทางใดทางหนึ่ง เพื่อจะได้หันไปหาแนวที่ไม่เอียง หรือเอียงน้อยกว่า เพื่อเห็นภาพได้ชัดขึ้น
  4. ชอบหรี่ตา หรือ ทำตาหยี ซึ่งจะทำให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ต่างจากสายตาสั้นตรงที่ แม้มองวัตถุระยะใกล้ ก็ยังคงหยีตาอยู่ดี
  5. ในผู้ป่วยสายตาเอียงมาก มักจะชอบอ่านหนังสือระยะใกล้ ทั้งนี้เพื่อให้ภาพที่เกิดบนจอตามีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะทำให้เห็นภาพชัดขึ้น ต่างกับคนสายตาสั้นมองใกล้ เพราะระยะวัตถุที่ใกล้จะโฟกัส บนจอประสาทตาพอดี
  6. ในผู้สายตาเอียงไม่มาก สายตาอาจจะยังดีอยู่ แต่อาจมาพบแพทย์ด้วยตาเมื่อยล้า หากทำอะไรจ้องอยู่กับที่นานๆ เช่น อ่านหนังสือ พิมพ์ดีด หรือ ใช้งานคอมพิวเตอร์
  7. ผู้ซึ่งสายตาเอียงไม่มาก อาจมาพบแพทย์ด้วยมองใกล้ไม่ชัดเป็นบางครั้ง แต่เมื่อหลับตา หรือขยี้ตา จะกลับมาเห็นชัดอีก หรือบางคนอาจไม่ตระหนักถึงการมองไม่ชัดของตัวเอง เนื่องจากเขาจะเลือกโฟกัสกลับไปมาระหว่าง 2 แนว จึงทำให้มีโอกาสตาเมื่อยล้าได้ง่าย
  8. มีบางรายที่สายตาเอียงไม่มาก อาจมาด้วยอาการปวดบริเวณหน้าผากได้ จากมีการเพ่งสายตามากกว่าปกติ
  9. โดยทั่วไปผู้มีสายตาเอียงเล็กน้อย จะไม่มีอาการอะไร ถ้าไม่ได้ทำงานที่ต้องใช้สายตา

เว็บไซต์เกี่ยวข้อง

มีวิธีแก้ไข (รักษา) สายตาเอียงอย่างไร?

การแก้ไข (รักษา) สายตาเอียง ใช้หลักทั่วไปของการแก้ไขสายตาผิดปกติ คือ ถ้าสายตาเอียงนั้นก่อให้เกิดการมองเห็นไม่ชัด มีอาการปวดเมื่อย ล้าสายตา มีพฤติกรรมแปลกๆดังกล่าว ก็ควรรับการแก้ไข ซึ่งอาจทำได้โดยใช้เลนส์ทรงกระบอกในรูปของแว่นตา การใส่คอนแทคเลนส์ หรือ ตลอดจนการผ่าตัดด้วยมีด หรือ ด้วยแสงเลเซอร์

เลนส์ทรงกระบอกที่แก้ไขสายตาเอียง อาจทำให้ภาพที่เห็นผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ไม่ยอมใช้ ต้องอาศัยการปรับตัวสักระยะหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่มีสายตาเอียงมาก ภาพจะออกมาผิดเพี้ยนมาก อาจต้องแก้ไขโดยคอนแทคเลนส์ หรือ ผ่าตัด

ควรพบหมอตาเมื่อไร?

เมื่อมีอาการผิดปกติทางสายตา เช่น เห็นภาพไม่ชัด หรือ เมื่อยตามาก หรือ แม้แต่ปวดหัวเรื้อรัง ควรพบหมอตา (จักษุแพทย์) เสมอ เพื่อวินิจฉัยแยกโรคทางดวงตา อย่าเพิ่งตัดแว่นเองโดยไม่พบหมอตาก่อน

จัดเวลาดูโทรทัศน์ให้ลูกอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์

จัดเวลาดูโทรทัศน์ให้ลูกอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์

TV

คุณแม่ที่มีลูกวัยกำลังเติบโตและต้องการเรียนรู้ของเล่นเด็กสิ่งใหม่ๆ อาจไม่ค่อยอยากให้ลูกนั่งดูโทรทัศน์มากเท่าไหร่นัก เพราะเชื่อกันว่าการที่เด็กนั่งดูโทรทัศน์ทั้งวันจะเป็นการปิดกั้นพัฒนาการของลูก ซึ่งในปัจจุบันนี้มีรายการโทรทัศน์ดีๆสำหรับเด็กอยู่มากมาย ที่คุณแม่สามารถเลือกให้ลูกดูได้อย่างเหมาะสมเพื่อช่วยเสริมสร้างทักษะและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกได้ดีขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

คุณแม่ที่ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกมาเป็นอย่างดี อาจจะเคยพบงานวิจัยที่กล่าวว่าการที่เด็กนั่งดูโทรทัศน์ทั้งวันจะเป็นการขวางกั้นพัฒนาการในการเรียนรู้ แต่ทุกอย่างเมื่อรู้จักใช้ให้เหมาะสม ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เพราะมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ชอบดูรายการที่เสริมสร้างการเรียนรู้อย่างเช่น รายการวิทยาศาสตร์สนุกๆสำหรับเด็ก หรือ รายการศิลปะสำหรับเด็กซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างทักษะและพัฒนาการในด้านการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น โทรทัศน์จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างเสริมการเรียนรู้ของลูกน้อยที่มีประสิทธิภาพที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพียงแต่ต้องรู้จักวางแผนการดูโทรทัศน์ให้ได้ประโยชน์ ด้วยเคล็ดลับดังต่อไปนี้

  • กำหนดระยะเวลาในการดูโทรทัศน์ การปล่อยเด็กให้นั่งดูโทรทัศน์ทั้งวันเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะเด็กจะไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่อาจจะทำให้เกิดโรคอ้วนตามมาและยังทำให้เด็กไม่ได้ทำกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการในด้านอื่นๆ ดังนั้นคุณแม่จึงต้องกำหนดระยะเวลาในการดูโทรทัศน์ของลูกไม่ให้เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน พร้อมทั้งกระตุ้นให้ลูกทำกิจกรรมอย่างอื่นนอกเหนือจากการดูโทรทัศน์แล้ว
  • เลือกโปรแกรมโทรทัศน์ที่มีประโยชน์ คุณแม่สามารถเลือกรายการโทรทัศน์ที่น่าสนใจ ในเด็กที่เริ่มโตจะสามารถบอกได้ว่าตนเองชอบดูรายการอะไรซึ่งคุณแม่ก็สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการเลือกรายการโทรทัศน์ให้ลูกได้ ไม่ว่าจะเป็นรายการสารคดีสำหรับเด็ก,รายการศิลปะ DIY ของเล่นเด็ก, รายการวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก หรือแม้แต่การ์ตูนภาษาอังกฤษที่ช่วยให้ลูกได้ฝึกทักษะทางด้านภาษา
  • หลีกเลี่ยงการเปิดละคร , ซีรี่ส์หรือรายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหารุนแรงหรือไม่เหมาะสม คุณแม่หลายคนอาจชอบดูละคร แต่เนื้อหาของละครอาจไม่เหมาะสำหรับลูก ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเปิดโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาเหล่านี้ให้ลูกดู
  • รายการโทรทัศน์ที่มีประโยชน์อย่างเช่น สารคดีหรือรายการความรู้รอบตัวต่างๆ สามารถนั่งดูกันได้ทั้งครอบครัวเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี และคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ซักถามแลพูดคุยเพื่อส่งเสริมลักษณะนิสัยช่างซักถามและกล้าแสดงออก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ลูกเป็นคนที่มีความมั่นใจในตนเองอีกด้วย

จะเห็นว่าการส่งเสริมให้ลูกน้อยดูโทรทัศน์อย่างเหมาะสมจะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการและความรู้ของเล่นเด็กในด้านต่างๆให้กับลูก ซึ่งคุณแม่สามารถวางแผนจัดโปรแกรมการดูโทรทัศน์ที่มีประโยชน์ให้กับลูกๆได้ด้วยตนเอง